จอห์น ดี ร็อคกี้เฟลเลอร์ ผู้เปลี่ยนเงินเป็นบุญ เปลี่ยนทุนเป็นธรรม

John D. Rockefeller

“ยอห์น. ดี. รอคกี้เฟลเลอร์ มีเงินถึงหนึ่งล้านเหรียญเมื่ออายุเพียง ๓๔ ปี
อายุ ๔๓ ปี ได้ก่อตั้งบริษัทบริษัทน้ำมันสแตนดาร์ดออยล์ (Standard Oil)
ซึ่งเป็นบริษัทผูกขาดการค้าน้ำมันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนั้น (ค.ศ.1870)
แต่พออายุ ๕๓ ปี สุขภาพของเขาเสื่อมโทรมมาก เพราะนิสัยชอบทุกข์ร้อนเคร่งเครียดของเขา

เขาเป็นโรคเครื่องย่อยอาหารพิการอย่างรุนแรง จนผมร่วง
ขนตาและขนอื่นๆก็ร่วง ขนคิ้วเหลืออยู่เพียงหรอมแหรมเท่านั้น
แพทย์บอกว่า ที่เขาหัวล้านเช่นนี้สืบเนื่องมาจากระบบประสาทอ่อนกำลัง
เขาตกใจกลัวมาก จนต้องสวมผ้าบางๆครอบปิดที่ศีรษะอยู่ตลอดเวลา
ต่อมาเขาซื้อผมปลอมชนิดสีเงินมาสวม ราคาชุดละห้าร้อยเหรียญ
และสวมผมปลอมต่อมาจนตลอดชีวิต ผู้เขียนประวัติของเขาคนหนึ่งกล่าวว่า
“เมื่อรอคกี้เฟลเลอร์อายุ ๕๓ ปี รูปร่างหน้าตาของเขาเหมือนกับมัมมี่”

เดิมทีรอคกี้เฟลเลอร์เป็นผู้มีสุขภาพพลานามัยดี แข็งแรง ปราดเปรียว
แต่ครั้นพออายุได้ ๕๓ ปี ไหล่ของเขาตก เดินกระย่องกระแย่ง
ทั้งนี้สืบเนื่องจากการทำงานหักโหมหนัก วิตกทุกข์ร้อนไม่รู้จักสิ้นสุด
โมโหโทโสดุด่าไม่เว้นแต่ละวัน กลางคืนนอนไม่หลับ
ขาดการบริหารร่างกายและพักผ่อนหย่อนใจ

ดูเถิด มหาเศรษฐีแท้ๆ ทำไมจึงกลายเป็นผู้ที่ไร้ความสุขไปได้
แม้ว่าขณะนั้นเขาจะเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
แต่เขากลับต้องดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่แม้แต่คนยากคนจนยังไม่อยากจะแตะต้อง
รายได้ของเขาเวลานั้นตกสัปดาห์ละหนึ่งล้านเหรียญ
แต่ค่าอาหารประจำวันของเขาทุกมื้อตกเพียงสัปดาห์ละสองเหรียญเท่านั้น

รอคกี้เฟลเลอร์อยากให้คนทั้งหลายรักเขา
แต่ปรากฏว่ามีคนชอบเขาเพียงไม่กี่คน คนส่วนใหญ่เกลียดเขา
และไม่ต้องการติดต่อเกี่ยวข้องกับเขาไม่ว่าจะในทางธุรกิจหรือในทางใดๆก็ตาม
แม้แต่น้องชายแท้ๆของเขาเองก็ยังเกลียดเขา
จนถึงกับพาลูกๆออกไปจากบ้านประจำตระกูลซึ่งรอคกี้เฟลเลอร์เป็นผู้สร้างขึ้น
น้องชายของเขาถึงกับออกปากว่า
“ฉันไม่ยอมให้สายเลือดของฉันต้องอาศัยอยู่ในแผ่นดินที่เป็นของเจ้ายอห์น.ดี.”
แม้แต่พนักงานของเขาเองก็ไม่ชอบเขา และต่างก็หวาดกลัวเขาไปตามๆกัน
เพราะรอคกี้เฟลเลอร์เป็นคนขี้ระแวง และเป็นคนไว้วางใจมนุษย์ด้วยกันน้อยที่สุด

ในบริเวณบ่อน้ำมันต่างๆในรัฐเพ็นซิลเวเนีย รอคกี้เฟลเลอร์เป็นคนที่ถูกเกลียดชังมากที่สุด
คู่แข่งขันของเขาซึ่งถูกทำลายย่อยยับไปแล้วด้วยวิธีการต่างๆ
ต่างเคียดแค้นชิงชังเขาและอยากจะแขวนคอเขาเป็นที่สุด
มีจดหมายแช่งชักหักกระดูกรวมทั้งขู่เข็ญจะเอาชีวิตหลั่งไหลมาสู่สำนักงานของเขานับไม่ถ้วน
เขาต้องใช้องครักษ์จำนวนหนึ่งเพื่อป้องกันชีวิตตัวเอง

ท้ายที่สุด เขาได้ประจักษ์ความจริงว่า ตัวเขาหนีความเป็นมนุษย์ไปไม่พ้น
เขาไม่สามารถทนทานต่อความเกลียดชังของคนหมู่มากซึ่งอยู่รอบตัวเขา
และไม่สามารถทนทานต่อความทุกข์ร้อนซึ่งมีอยู่เป็นประจำได้
ผลก็คือสุขภาพของเขาเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ เขาต้องเผชิญกับศัตรูใหม่คือความเจ็บป่วย
อาการของเขาคือนอนไม่หลับ เครื่องย่อยอาหารพิการ จิตใจของเขาสุมอยู่ด้วยความทุกข์ร้อนกระสับกระส่าย
แพทย์ได้บอกความจริงกับเขา ให้เขาเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง ธุรกิจ หรือ ชีวิต
และจะต้องตัดสินใจเลือกอย่างรวดเร็วด้วย
ถ้าเขาเลือกเอาชิวิตไว้ ขอให้เลิกงานด้านธุรกิจอย่างเด็ดขาด
มิฉะนั้นเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน

เขาเลือกเอาชีวิตไว้ แพทย์ได้วางกฎ ๓ ข้อให้เขาปฎิบัติอย่างเคร่งครัด คือ
๑. อย่าวิตกทุกข์ร้อนในสิ่งใดทุกๆ กรณี
๒. พักผ่อนด้วยการออกกำลังกายเบาๆ กลางแจ้งเป็นประจำ
๓. ระมัดระวังเรื่องอาหารประจำวัน อย่ากินเมื่อยังไม่หิว

รอคกี้เฟลเลอร์ ปฏิบัติตามกฎเหล่านี้ ผลก็คือ เขารอดตาย
เขาหยุดงานด้านธุรกิจแต่หันมาสนใจเรื่องของเพื่อนบ้าน และเล่นกีฬาในร่มเล็กๆ น้อยๆ
ระหว่างที่รอคกี้เฟลเลอร์ทรมานจากโรคนอนไม่หลับและหยุดงานธุรกิจแล้วนั้น
เขามีเวลาเหลือเฟือที่จะคำนึงถึงสิ่งต่างๆ เขาเริ่มคิดถึงผู้อื่น เขาเลิกคิดถึงเรื่องการกอบโกยเงิน
แต่เขากลับคิดว่าเขาจะต้องใช้เงินจำนวนสักเท่าใด จึงจะสามารถสร้างความสุขให้ปวงมนุษย์ในโลกได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าวมา ทำให้เขาเริ่มบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อสาธารณกุศล

วิทยาลัยเล็กๆ แห่งหนึ่งบนฝั่งทะเลสาบมิชิแกน ซึ่งกำลังจะถูกธนาคารยึดได้กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยแห่งชิคาโก เพราะการช่วยเหลือของเขาโดยการบริจาคเงินหลายล้านเหรียญ
เขาบริจาคเงินช่วยเหลือการศึกษาของชาวนิโกร
และได้บริจาคเงินหลายล้านเหรียญในการปราบพยาธิปากขอจนหมดไปจากภาคใต้ของสหรัฐอเมริกา
เขาได้ตั้งมูลนิธิอันยิ่งใหญ่เพื่อเป็นประโยชน์แก่โลก นั่นคือ มูลนิธิรอคกี้เฟลเลอร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ และเพื่อความสุขสวัสดีของปวงมนุษย์ทั่วโลก

ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ว่าจะมีองค์กรใดได้บำเพ็ญประโยชน์แก่มนุษย์
อย่างกว้างใหญ่ไพศาลเหมือนมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์
มูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์เป็นสิ่งแปลกและใหม่ของโลก
เขาให้ทุนเพื่อการศึกษาค้นคว้าสิ่งต่างๆ มากมาย รวมทั้งในวงการแพทย์ด้วย
เราต้องขอบคุณเขาในเรื่องยาหลายชนิด เช่น เพนนิซิลิน, ยาในการรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
เขาร่วมบริจาคในการต่อสู้ทำลายโรคมาเลเรีย วัณโรค ไข้หวัดใหญ่ โรคคอตีบ
และโรคอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งระบาดอยู่ทั่วโลก

สำหรับรอคกี้เฟลเลอร์เอง ได้รับผลจากการปฏิบัติเช่นนั้นของเขาอย่างดียิ่ง
คือได้รับสันติสุขทางใจอย่างล้นเหลือ ได้รับความยกย่องนับถือไปทั่วโลก
ยอห์น. ดี. รอคกี้เฟลเลอร์ ผู้ซึ่งกำลังจะตายเมื่ออายุ ๕๓ ปี
กลับเป็นผู้มีอายุยืนถึง ๙๘ ปี อย่างน่าอัศจรรย์
ทั้งนี้เพราะเขาได้เปลี่ยนชีวิตของเขาจากความหน้าเลือดเห็นแก่ได้เอารัดเอาเปรียบมาเป็นผู้เสียสละ
บำเพ็ญประโยชน์เพื่อความสุขของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
และตัวเขาเองก็กลายเป็นผู้มีความสุขความสงบทางจิตใจ
เขาเปลี่ยนคนเกลียดชังให้รักใคร่เพราะเขาเปลี่ยนแปลงแนวคิดและการกระทำของเขาก่อน
รวมความว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำตัวเองให้เป็นประโยชน์แก่คนทั้งหลาย
ทำความดีและเพิ่มพูนความดีอยู่เรื่อยๆ
ความสำเร็จในชีวิตอย่างแท้จริงอยู่ตรงนี้…”

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน Forward Mails, Soul และติดป้ายกำกับ , , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ จอห์น ดี ร็อคกี้เฟลเลอร์ ผู้เปลี่ยนเงินเป็นบุญ เปลี่ยนทุนเป็นธรรม

  1. c2h2oh พูดว่า:

    ความลับของเจ้าสัวมหาเศรษฐีซีอีโอโลก, ร็อคกี้เฟลเลอร์
    http://www.oknation.net/blog/print.php?id=786698

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s